
เป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้ง พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ (หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้)
และพระครูวิสัยโสภณ (พระอาจารย์ทิม ธัมมธโร)
พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ (หลวงปู่ทวด) วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี
จากหนังสือและเอกสารอ้างอิงทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า
ท่านเกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน ๔ ปี มะโรง พุทธศักราช ๒๑๒๕ ณ
หมู่บ้านสวนจันทร์ ตำบลชุมพล เมืองจะทิ้งพระ (สทิงพระ) ใน
ครอบครัวเล็กๆ ฐานะยากจนแร้นแค้น แต่มีจิตเป็นกุศล ยึดมั่นใน
ศีลธรรม ในช่วงปลายรัชสมัย ของพระมหาธรรมราชา แห่งกรุง ศรีอยุธยา เมื่ออายุได้ ๗ ขวบ บิดามารดาพาไปฝากกับท่าน
สมภารจวง วัดดีหลวง เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือ ครั้นอายุได้ ๑๕ ปี
ก็บรรพชาเป็นสามเณร ต่อ มาได้ไปศึกษาต่อกับสมเด็จพระขินแสน
ที่วัดสีหยัง(สีคูยัง) เมื่ออายุครบอุปสมบท จึงได้เดินทาง ไปศึกษา
ต่อที่เมืองนครศรีธรรมราช ณ สำนักพระมหาเถระปิยทัสสี
ได้ทำการอุปสมบทมีฉายา ว่า ราโม ธมฺมิโก แต่คนทั่วไป
เรียกท่านว่า เจ้าสามีราม หรือ เจ้าสามีราโม ท่านศึกษา
หาความรู้อยู่ที่วัดท่าแพ วัดสีมาเมือง และวัดอื่นอีกหลาย วัดภายใน
เมืองนครศรีธรรมราช จากนั้นจึงโดยสารเรือสำเภามาศึกษาต่อที่กรุง
ศรีอยุธยา พำนัก อยู่ที่วัดแค ศึกษาธรรมะที่วัด ลุมพลีนาวาส ต่อมา
ได้ไปพำนักอยู่ที่วัดของสมเด็จ พระสังฆราช จนเชี่ยวชาญ จึงทูลลา
ไปจำพรรษา ที่วัดราชานุวาส สมเด็จพระเอกาทศรถทรงโปรด
เกล้าฯ แต่งตั้งสมณศักดิ์ให้เป็น สมเด็จพระราช มุนีสามี
รามคุณูปมาจารย์ เมื่อครั้งสามารถถอด ปริศนาธรรม ที่พระเจ้า
แผ่นดินแห่งเมืองลังกา ส่ง มาท้าประลองดั่งการรบด้วยสติปัญญา
หลังศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดราชานุวาสเป็น เวลาหลายปี
ท่านก็ได้ออกธุองค์โดยมีจุดหมายเพื่อ กลับถิ่นฐานที่ภาคใต้ ระหว่างเส้นทางก็เผยแพร่ ธรรมะไปด้วยในขณะเดียวกัน
ที่ไหนมีผู้เจ็บป่วยก็ ทำการรักษาให้ เมื่อท่านธุดงค์มาถึงวัดพัทธสิงห์ บรรพตพะโคะ ซึ่งมีสภาพเสื่อมโทรมเหมือนวัดร้าง
เนื่องจากถูกข้าศึกทำลาย ท่านกับอาจารย์จวง จึง คิดจะบูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรง ทราบ ทรงยินดี และ
อนุโมทนา เป็นอย่างยิ่ง โปรดให้ นายช่างผู้ชำนาญ ๕๐๐ คน และทรงพระราชทาน สิ่งของและเงินตรา เพื่อการนี้
เป็นจำนวนมาก ใช้ เวลา ๓ ปี จึงแล้วเสร็จ ประชาชนพร้อมกันถวาย นามท่านว่า สมเด็จเจ้าพะโคะ และเรียกชื่อวัด
พัทธสิงห์บรรพตพะโคะว่า วัดพะโคะ มาจนบัดนี้ พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ ทรงเป็นผู้ทรงศีล และปัญญา
ญาณอันล้ำเลิศ ไม่ว่าท่านจะไปพำนักอยู่ สถานที่ใด ที่นั่นก็จะเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา ไม่ว่าท่านจะ
จาริกไป ณ ที่ใด ก็จะ มีคนกราบไหว้ฟังธรรม หลักการปฏิบัติของท่านคือ ช่วยเหลือและเผยแพร่ธรรมะ ให้ชาวโลกอยู่ร่วมกัน
อย่างสันติสุข มีความเคารพเลื่อมใสศรัทธา ใน พระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ตลอดไป
พระครูวิสัยโสภณ (พระอาจารย์ทิม ธัมมธโร) วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี เดิมชื่อนายทิม พรหมประดู่ เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๕๕ ที่บ้านนาประดู่ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
เป็นบุตรของนายอินทอง กับ นางนุ่ม พรหม ประดู่ เมื่ออายุได้ ๙ ขวบ บิดามารดาได้ฝากให้อยู่กับ

พระครูภัทรกรณ์โกวิท
ซึ่งขณะนั้นยังเป็น พระแดง ธัมมโชโต เจ้าอาวาสวัดนาประดู่
ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เพื่อ จะได้เรียนหนังสือ เมื่ออายุ ๑๘ ปี ได้บวช
เป็นสามเณร จากนั้นก็สึกออกมาช่วยบิดามารดาทำนา จนอายุได้
๒๐ ปี จึงบวชเป็นพระภิกษุที่วัดนาประดู่ จำพรรษาอยู่ ๒ พรรษา
แล้วจึงย้ายไปอยู่ที่วัดมุจลิน ทวาปีวิหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
เพื่อศึกษาพระปริยัติ ธรรม ในปี พ.ศ.๒๔๘๔ ได้ย้ายไปเป็น
เจ้าอาวาสที่วัด ราษฎร์บูรณะ(วัดช้างไห้) ซึ่งตอนแรกก็ยังคงไปๆ
มาๆ ระหว่างวัดช้างไห้กับวัดนาประดู่ เพราะท่านยังคง เป็นครู
สอน พระปริยัติธรรมอยู่ที่วัดนาประดู่ด้วย ช่วงที่เกิด สงครามโลก
ครั้งที่ ๒ ทหารญี่ปุ่นยกพล ขึ้นบกที่ปัตตานี กองทหาร และ
สัมภาระ ต่างๆ ได้ถูก บรรทุกโดยรถไฟสายใต้
จากหาดใหญ่ไปสุไหงโก - ลก ผ่านหน้าวัดช้างไห้ วันละหลายเที่ยว
หลาย ขบวน ชาว บ้านในละแวกนั้นต่างหวาดผวากับภัยสงคราม
เสีย ขวัญและกำลังใจกันเป็นอย่างมาก ต้องรับภาระหนัก คือ
ต้องจัดหาอาหารและที่พักแก่ผู้ที่เดินทางผ่านวัด ไม่เว้นแต่ละวัน
นับว่าท่านเป็นพระผู้ทรงความเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แก่คนทั่วไป
เป็นอย่างยิ่ง เมื่อท่านไปอยู่ที่วัดช้างไห้ใหม่ๆ นั้น วัดอยู่ในสภาพที่
ถูกทิ้งร้างทรุดโทรม ท่านได้ริเริ่มตกแต่งสถูปที่บรรจุ อัฐิหลวง
ปู่ทวด ให้เป็นที่น่าเคารพบูชา ท่านได้ดำริที่จะ สร้างพระอุโบสถ
พร้อมบูรณะปรับปรังบริเวณวัดให้ดี กว่าเดิม ท่านจึงได้ร่วม
จัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวด ซึ่งในครั้งนั้นได้ปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาเป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งพระอาจารย์ทิม ได้เงินจำนวน
นั้นมา ใช้สำเร็จตาม ความประสงค์ ท่านเป็นผู้รื้อฟื้นประวัติของพระราชมุนีสามีรามคุณู ปมาจารย์ หรือหลวงพ่อทวด
เหยียบน้ำทะเลจืด เจ้า อาวาสองค์แรกของวัดช้างไห้ ให้เป็นที่รู้จักของพุทธ ศาสนิกชนทั่วไป พระอาจารย์ทิมเป็นผู้มีจิตเมตตา
เคร่งครัดในพระธรรมวินัย แม้คนต่างชาติต่างภาษา ยังให้ความเคารพศรัทธา ท่านอาพาธด้วยโรคมะเร็งที่หลอดอาหาร
กระทั่ง มรณภาพเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิ กายน พ.ศ.๒๕๑๒ แต่สิ่งที่ท่านได้สร้างไว้ ล้วนเป็นสิ่งที่บอกได้ถึงความ
มุมานะและความพยายาม ที่จะทะนุบำรุงพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองสืบเนื่องต่อไป